[AE] Sub Event 00 : Intro

posted on 09 May 2015 21:01 by chiaaoey in OtherCommu
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้น เมื่อผมอายุสิบสอง..
 
-----------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
12 พฤษภาคม 2044
 
-----------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
อะแฮ่ม...
ผมกระแอมแล้วเริ่มหยิบสมุดเช็คชื่อขึ้นมา
 
เริ่มชื่อคนแรก... ตามด้วยคนที่สอง....
 
 
"พี่ธนวัต..มา เช็ค"
 
"พี่.....เช็ค" "พี่...เช็ค"

"พี่ปกรณ์ .........."
 
 

"...ขาด"

"เฮ้ย!? ไอ้น้องนนท์! พี่ปกรณ์มาโว้ยยยยยยยย"
แว่วเสียงพี่ปกรณ์โวยวายตามมาดังที่คาด

"ล้อเล่นน่า" ผมหัวเราะเบาๆแล้วเช็คว่าพี่ปกรณ์มา
 
เจ้าของชื่อบ่นอุบว่าไอ้เด็กนี่แล้วพ่นคำหยาบหลายคำใส่ผม ....จะว่าไปวันนี้ดูเยอะกว่าทุกวันเลยแฮะ
"ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิด พี่แถมให้ เอ้า" ว่าแล้วพี่แกก็พ่นคำด่าต่ออีกหน่อย
 
 
จริงๆผมก็ไม่ได้ถือสาอะไร ออกจะสนุกดีด้วย
เสร็จจากพี่ปกรณ์ก็เป็นพี่อาทิตย์ แล้วผมก็รีบเดินไปเช็คชื่อพี่ๆคนอื่นๆในแถวต่อ
เพราะอากาศตอนเช้านี้ค่อนข้างร้อน
 
หน้าผากของผอ.(ที่กำลังเทศน์หน้าเสาธง)ก็สะท้อนแสงมาทำมุมหักเหกับแสงแดดพอดี
จนผมแอบขำอยู่ในใจ
 
 
 
อ่ะ จะว่าไปผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นะ
 
'นนท์' ฮะ
ความจริงในช่วงเวลานี้ผมต้องไปยืนเช็คแถวอยู่โรงเรียนประถมแล้วล่ะ
 
แต่เพราะพ่อแม่ได้ไปขออนุญาตพวกอาจารย์ให้ผมเรียนข้ามชั้นได้
ผมเลยได้มายืนเช็คแถวให้พวกพี่ๆม.1แทน แถมควบตำแหน่งหัวหน้าห้องมาแบบงงๆ
อา รู้สึกขัดใจหน่อยๆที่พ่อกับแม่ตัดสินใจเอาเอง
 
แต่ที่ต้องมาเรียนกับคนที่อายุมากกว่า.. ผมก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ

 
 
 
"----- Amnesia Evol -------"
เสียงของผอ.ดังเข้ามาในความคิดของผมพอดี
ดูเหมือนว่าจะเริ่มพูดเรื่องเกี่ยวกับภัยของโรค Amnesia Evol
เนื้อความอย่างคร่าวๆคือ ห้ามไม่ให้เข้าใกล้ผู้ป่วยในรัศมี 10 เมตร
 
ผมหลุดขำออกมาเบาๆ และโต้แย้งอยู่ในใจ
อยากจะบอกเหลือเกินว่าผอ.ออกสำเนียงผิดแล้วนะ !
แต่ก็เอาเถอะ
 
 
ผอ.ยังคงพูดต่อไปอีกเป็นชั่วโมง ขณะที่ผมได้แต่หาว
พลางคิดในใจว่า โรคที่ทำให้มีพลังพิเศษแบบนั้น ออกจะเจ๋งแท้ๆ !
 
 
 

'ถ้าผมมีพลังพิเศษอย่างนั้นบ้าง ก็คงน่าสนุกดีนะ'
 
 
 
 
ผมเคยพูดแบบนั้นกับพ่อแม่ รวมทั้งพี่สาว...
 
คาดหวังว่าจะได้รับการแสดงความเห็นด้วยกลับมา
แต่ดูเหมือน... ครอบครัวของผมจะไม่ชอบใจกันสุดๆ...
 
 
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องของโรคนี้มากนัก รู้แค่มันเกิดขึ้นมานานแล้ว
จนเวลาผ่านไปเกือบๆจะ30ปีแล้วที่ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด
 
 
 
 
กลุ่มคนส่วนใหญ่หวาดกลัว.. และต่อต้านผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้
 
 
 
 
แต่ผมก็ไม่คิดว่า Amnesia Evol มันจะเลวร้ายขนาดนั้น...
 
 
 
 
ผมคิดแบบนั้น

มาตลอด...
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
26 กรกฎาคม 2044
 
-----------------------------------------------------------------------
 
 
 
ผมตื่นมาในโรงพยาบาล พร้อมความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัว
 
 
 
ได้ยินจากแม่ที่อยู่เฝ้าผมทั้งคืนว่า
ผมและพ่อประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกเฉี่ยวระหว่างที่เดินทางไปบ้านย่าที่ต่างจังหวัด
และตอนนี้พ่อก็รักษาตัวอยู่อีกห้องหนึ่ง
 
 
 
น่าแปลก
ที่ผมจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้เลย....
รวมทั้งเรื่องที่คุยกับพ่อบนรถ
 
 
แม่(ที่ฟังหมอมาอีกที)บอกว่าอาจเป็นเพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือน
เพราะงั้นหากมีความทรงจำไม่ครบถ้วนก็คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร
 
 
 
ผมเชื่อแบบนั้น
 
 

จนกระทั่งผ่านไปได้สองสามวัน อาการของผมค่อยๆดีขึ้น
บาดแผลก็เริ่มสมานจนใกล้จะหายดีแล้ว แม่ของผมก็หิ้วบอร์ดเกมที่ผมชอบเล่นมาให้
 
 
"แม่กลัวน้องนนท์จะเบื่อไงล่ะ" เธอพูดแบบนั้น
 
"ดูสิ แม่เอาเจ้านี่มาให้ด้วยนะ แต่นแต๊นน <3 "
แม่ชูกล่องเกม Mathableขึ้นมา พร้อมทำเสียงเล็กๆเหมือนพูดกับเด็กๆ
(ซึ่งเด็กนั่นก็คือผมนั่นแหละ...)
 
 
"มาเล่นกับแม่ก็ได้ เรื่องคิดเลขแม่ถนัดนะ!" เธอพูดอย่างร่าเริง
 
เอ่อ ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่แน่ๆ
....ผมได้แต่ยิ้มขำและเถียงแม่ในใจ
 
 
ผมจำได้(อย่างเลือนลาง)ว่า แม่ของผมห่างไกลจากคำว่าถนัดเลขนัก....
 
 
 
แม่เปิดกล่องแล้ววางกระดานบอร์ดไว้บนโต๊ะ และเริ่มหยิบตัวเบี้ยที่สลักตัวเลขไว้ออกมาจัดๆ
 
"งั้นแม่เริ่มก่อนนะ" ไม่พูดพล่ำทำเพลงแม่ก็วางเลข 8 ไว้ที่ช่องว่างบนบอร์ด
 
 

ผมเห็นเบี้ยเลข 2 ที่อยู่ตรงหน้าจึงหยิบมันขึ้นมา พลางมองกระดานและตัวเบี้ยอื่นๆนั้นอย่างฉงน
 
 
"..... ? "
 
 
และความรู้สึกสับสนก็แทรกเข้ามา...
 
 
 
 
 
 
ผมจำภาพตัวเลข และสัญลักษณ์ได้ทุกตัว
 
ผมรู้สึกคุ้นชิน
แต่ก็จำมันไม่ได้ ... ไม่สิ ผมจำภาพของมันได้ แต่ผมจำไม่ได้ว่าควรทำยังไงกับมัน

 
"แม่ ... นั่นตัวอะไรน่ะ...?"
ผมถามแม่เสียงเบาหวิว พลางชี้สัญลักษณ์ประหลาดๆนั้น
 
 
"น้องนนท์ถามแปลกจัง นั่นเครื่องหมายหารไงจ๊ะ..?" แม่มองผมอย่างฉงนพอๆกัน
 
 
มือผมยังกำเลข 2 แน่น พลางจ้องเจ้าเครื่องหมาย ÷ นั้น
เริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ...
 
 
"แล้วตัวนั้นล่ะ...ตัวโน่นด้วย" ผมชี้อีกสองตัวที่อยู่ข้างๆกัน
 
 
"...เครื่องหมายบวกจ้ะ และนั่นก็ลบ" แม่เริ่มมุ่นคิ้วสงสัยว่านี่โดนผมแกล้งอยู่รึเปล่า
 
 
ผมพยายามทบทวนความจำเท่าที่จะทำได้
ผมจำได้ว่าผมเคยเขียนเครื่องหมายพวกนี้ทุกๆวัน
 
 
...แต่
 
 
ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าผมเขียนพวกมันไปทำไม
 
 
 
"...มัน... มันคิดยังไง ไม่สิ ผมต้องทำยังไงบ้าง"
เสียงผมสั่นโดยไม่รู้ตัว และแม่คงสังเกตถึงน้ำเสียงและสีหน้าตอนนี้ของผมได้
 
 
เธอรู้ว่าผมไม่ได้แกล้งทำ
 
 
"น้องนนท์เรียนเรื่องพวกนี้ตอนป.1นะ ? แถมเก่งเรื่องเกมนี้กว่าแม่อีก...."
แม่เงียบไปสักพักก็ถามต่อ
 
"ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า..? พักสักหน่อยไหม ?"
 
 
 
ผมพยักหน้าทันที
พอจะเดาได้ว่าหลังจากนี้แม่คงไปตามหมอมาตรวจดูอาการผมอีกรอบ
 
 
ผมพูดดักแม่ไว้ก่อนว่าไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องตามหมอ
 
 
 
และหวังว่าพอตื่นขึ้นมาจะความจำของผม
 

คงจะกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม...
 

 
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
1 กันยายน 2044
 
-----------------------------------------------------------------------
 
 
หลังออกมาจากโรงพยาบาล ก็ผ่านมาได้เดือนกว่าๆแล้ว
 
 
อาการหลงลืมของผมก็ยังคงมีอยู่ และเรื่องที่ลืมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
 
ไม่ว่าจะเรื่องที่เคยเรียน
 
 
ตัวหนังสือ... เนื้อเพลงที่ชอบร้อง
 
 
วันเกิดพี่สาว
 
 
ชื่อเพื่อนๆที่โรงเรียนประถม
 
 
สถานที่ที่เคยไปกับครอบครัว
 
 
 
 
 
 
แต่มันก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน
 
ถ้าได้ลองนึกและนั่งจำใหม่ดีๆก็พอจะจำได้ ถึงมันจะเลือนรางมากแค่ไหนก็ตาม
 
 
 
 
ตอนที่ไปโรงเรียน ก็เดินเข้าผิดห้อง
 
 
ทักรุ่นพี่ผิดคน
 
 
ตอบโจทย์ง่ายๆที่อาจารย์ถามไม่ได้
 
 
แถมผมต้องมานั่งจำบทอาขยานใหม่
 
ทั้งๆที่เพิ่งท่องไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
 
 
 
 
 
น่าหงุดหงิด
 
 
 
 
แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมรู้สึกตื่นเต้นที่สามารถใช้พลังพิเศษได้
 
 
แม้อาการหลงลืมอย่างผิดปกตินี้จะทำให้ผมรู้สึกหัวเสีย
และอึดอัดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
 
 
 
ไม่จำเป็นต้องไปตรวจก็รับรู้ได้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร
 
 
 
Amnesia Evol
 
 
 
ผมทำให้สิ่งของหนักๆลอยได้และควบคุมทิศทางมันได้ดังใจ
 
 
 
เป็นพลังที่น่าสนุก
 
 
 
ผมพยายามใช้พลังนี้ให้น้อยที่สุด
เพราะยังไม่รู้ว่ามันมีผลกระทบอะไรกับอาการของผมหรือไม่
 
 
 
ข้อมูลเกี่ยวกับโรคAE ผมศึกษามันจากโลกอินเทอร์เน็ตและวิเคราะห์ระดับของตัวเอง
 
 
 

ผมไม่บอกเรื่องนี้กับใคร
 
ผมเดาได้เลยว่าปฏิกิริยาของครอบครัวและคนรอบข้างจะเป็นยังไง
หลังจากที่สารภาพไป..
 
 
 
ผมจึงปิดมันไว้ และใช้ชีวิตไปตามปกติ
 
 
 
จะเรียกว่ายังโชคดีอยู่ก็ได้ ที่ผมยังจำสถานะของตัวเองได้ดี
 
 
ครอบครัว
 
 
อายุ
 
 
เรียนที่โรงเรียนอะไร
 
 
อีกทั้งหลายๆคนก็ยังคิดว่าเป็นเพราะผลกระทบจากอุบัติเหตุ
ที่ทำให้เป็นคนขี้ลืมขนาดนี้
 
 
 
 
 
 
ถึงอย่างนั้นก็ค่อนข้างลำบากในตอนแรก
 
 
แต่ผมก็พยายามปรับตัวเหมือนที่เคยทำมาตลอด
 
 
 
ทบทวนหนังสือให้มากขึ้น
 
 
 
นั่งท่องจำชื่อของคนรู้จัก
 
 
 
ทุกวัน ทุก